แข่งขันแฟนพันธุ์แท้ แฮร์รี่ พอตเตอร์ (ตอนที่ 2)

ตอนนี้เครียดครับ ไปไหนไม่ถูกเลยขอเขียนบล็อกระบายความเครียดก่อน 555

เช้าวันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม ผมตื่นเช้า เช้ามากกก เช้าและง่วงมาก เพื่อเดินทางไปสนามบินตรงสู่สนามบินดอนเมือง เพื่อไปร่วมชุมนุมพ่อมดที่ Workpoint เพื่อสัมภาษณ์แฟนพันธุ์แท้แฮร์รี่ พอตเตอร์ สำหรับการคัดให้เหลือ 5 คนสุดท้ายสำหรับการอัดรายการ

ผมพยายามรวบรวมตัวเลขต่างๆ ที่รู้แล้วแต่ลืมไว้ในสมุด เอาทุกจุดอ่อนมาบันทึก กะว่าขึ้นเครื่องจะได้อ่าน ปรากฎว่าขึ้นเครื่องก็… “หลับเลย” พยายามจะทวนก็ได้ทวนนิดนึงแต่… ลืมหมด 5555 (สมองเอาไว้ทำบ้าอะไรทำไมไม่จำเห้ย)

หลังเครื่องลงที่กรุงเทพก็นั่งแท็กซี่ดิ่งไปที่เมเจอร์รังสิตทันที ตามที่ตกลงกับพี่ชิน พี่แชมป์ และยู้ไว้ ผมไปถึงประมาณ 10 โมงเกือบครึ่งมั้ง ก็เลยสั่ง McDonald มากินเพราะคิดว่าคงยังไม่มีใครมาถึง นัดกันไว้ 11 โมงนี่นา ก็นั่งกินไป ทบทวนที่รวบรวมไว้ไป ตามด้วยเช็คเฟสบุ๊คว่ามีใครมาถึงรึยัง ปรากฎว่าพี่แชมป์มาถึงเวลาพอๆ กัน อยู่ในร้านเดียวกัน แต่…คนละมุม 555 บ้าจริง!!

สักพักก็เจอยู้กำลังยืนเลือกกางเกง เลยเดินดุ่มๆ แบบเงียบๆ ไปทักด้านหลัง 555 (สนุกมากซินะ) แล้วพี่ชินก็มา นั่งคุยกันต่อนิดหน่อย ระหว่างนั้นก็เครียดมาก พี่ชินถามคำถามมาแต่ละคำถามตอบไม่ได้สักอัน ได้แต่อึน มึน และเบลอ 555 “พี่จะถามอะไรเยอะเนี่ยยย เครียด!”

แล้วเราทั้งสี่คนก็เดินผ่านแดดแรงกล้าของรังสิตไปขึ้นรถแท็กซี่ตรงหน้าตลาดรังสิตเพื่อไปต่อยังสตูดิโอ Workpoint

ถามว่าตื่นเต้นไหม ก็นิดหน่อย ถามว่ากดดันไหม ก็เริ่มมากขึ้นละ นั่งรอในโรงอาหารของเขาจนใกล้บ่ายโมง เลยโทรไปหาพี่ที่ติดต่อมา ปรากฎว่าเขาไม่รับสาย ทำไงดี ไปไหนต่อดีครับ ตอนนั้นก็ปวดฉี่มากด้วย เข้าห้องน้ำไป 3 ครั้งตอนอยู่เมเจอร์รังสิต แล้วที่เวิร์ตพอยต์อีกหลายรอบ 5555 คือไม่ตื่นเต้นเลยครับ ไม่เลย ไม่เลยสักนิด!!!!

เรานั่งรอการติดต่อมาเพราะไม่รู้ว่าต้องไปตรงไหน สักพักต้าก็โทรมาบอกว่าถึงแล้ว ตอนนี้อยู่ในตึก 99 กำลังเขียนเลย

พวกเราก็อ้าว! ห้อง 99 กรรม แล้วทำไมเราไม่เข้าไปกันตั้งแต่แรก พอเข้าไปก็ปรากฎว่ามีคนนั่งกันอยู่หลายคน ตะบี้ตะบันเขียนใส่กระดาษที่มีช่องว่างเยอะๆ ให้เขียน เข้าใจแล้วว่า “ต้องใช้พลังมือ” ของพี่จาร์เป็นยังไง

ด้วยความที่เข้าช้า อะไรก็เร่งรีบไปหมด คำถามแต่ละอันก็ทำเอาจุก โดยเฉพาะ…

“รู้อะไรที่คนอื่นไม่รู้บ้าง” ช็อก!!!! อะไรฟระ! แกมีอะไรที่คนอื่นไม่รู้บ้าง

อยากตะโกนถามทุกคนตรงนั้นว่า “พวกคุณรู้อะไรกันบ้างครับ ผมจะได้เขียนที่พวกคุณไม่รู้กัน” เจอคำถามนี้แล้วจุก ไปไม่เป็น หาสิ่งที่ตัวเองรู้แล้วคนอื่นไม่รู้ไม่เจอ แต่ก็มั่วเขียนไปเรื่อยๆ คิดว่าเขาคงไม่รู้แหละ 555

แล้วการเร่งเวลาก็เกิดขึ้น ว้ากก! เหลืออีกหลายอันที่ตอบไม่เสร็จ ทุกคนโดนต้อนให้ไปรวมในห้องเพื่อเตรียมสัมภาษณ์ บรรยากาศในห้องคือห้องผนังดำๆ คนนั่งรวมกันในนั้นประมาณ 15-20 คน จำไม่ได้ลืม 55 ก็ประมาณนี้แหละ แล้วชั่วโมงตะบี้ตะบันเขียนก็ดำเนินต่อไป

ไม่อยากได้บรรยากาศเงียบๆ ขรึมๆ เหมือนสีห้อง มันรู้สึกตื่นเต้น เลยเริ่มทำเสียงดัง 555 หักนิ้วเล่น ทำเสียงแก่กๆ 555 (คนตรงข้ามคงแบบ จะทำเสียงดังเพื่ออะไรวะ)

พอการสัมภาษณ์ของคนแรกเริ่มต้นขึ้น ความเครียดก็โถมมาละครับ โถมเข้ามาทางประตูแล้วเล็ดลอดเข้ามาตามช่องแอร์ เห็นทุกคนเงียบฉี่ ก้มหน้าก้มตาเขียนกันสุดพลัง ไอเราเขียนเสร็จไปละครับ นั่งงว่าเขาเขียนไรกันเยอะแยะเห้ย พอกันได้แล้ว 555

“สวัสดีครับ มีใครมาจากต่างจังหวัดบ้าง” ผมถามแทรกไปในความเงียบ ทุกคนเงยหน้าขึ้นมา แต่กริบ! ไม่มีใครโต้ตอบกับผมเลย ยกเว้นผู้หญิงที่ทำผมสีๆ มา บอกว่ามาจากนนท์ แล้วที่เหลือที่ไม่รู้จักก็ไม่มีใครพูดคุยกับผมเลย เซ็ง! ไม่คุยก็ได้ คุยกันเองก็ได้

โต๊ะผมที่มีผม ต้า พี่ชิน พี่แชมป์ ยู้ ส้มจุก นั่งรวมตัวกันเริ่มเมาท์จนลืมว่ามีคนอื่นอยู่ 5555 (รึผมดังคนเดียววะ คิดแปป)

บรรยากาศดำเนินไปเรื่อยๆ ทว่าไม่นาน เสียงฝนก็กระหึ่มมาจากด้านนอกช่วงเวลาประมาณ 4 โมงเย็นมั้งถ้าจำไม่ผิด ดังแทรกเข้ามาชนิดที่หนักมาก หนักพอที่จะแทงทะลุตึกให้พังได้เลยทีเดียวเชียว 5555555

ไม่นานหลังเสียงฝนตกแบบห่าใหญ่ ไฟก็ดับพรึ่บ! ทุกคนที่มีความสามารถพยายามงัดเอาแสงไฟขึ้นมา บางคนก็หยิบเอามือถือขึ้นมาส่องไฟ ไอเราก็มองมือถือตัวเอง… แสงน้อยนิดเกินกว่าจะให้แสง – – โชคดีเขียนเสร็จแล้วเลยนั่งคุยในความมืดมิดไปเรื่อยๆ

ระหว่างที่ไฟดับ พี่ๆ ทีมงานก็เข้ามาถาม เข้ามาบอกสถานการณ์ สิ่งที่ฮาที่สุดคือ พี่แชมป์ซึ่งแยกตัวกลับไปก่อนเพราะจะต้องไปโบสถ์วันนั้น ดันติดแหงกอยู่ข้างล่างเพราะฝนตก และไฟดับ ด้วยความที่ไฟดับ ประตูก็เลยล็อกอัตโนมัติ แล้วไงล่ะ 555 เป็นพ่อมดที่ถูกแยกออกไปเพียงลำพัง ขณะที่บางส่วนที่เหลือรอสัมภาษณ์นั่งในความเงียบต่อไป

โดยมีพี่เพิร์ตที่จัดเต็มกับไม้กายสิทธิ์ ที่บรรจงเสกคาถาลูมอสแล้วเขียนไปในความมืดมิดอย่างเงียบเชียบ หึ! เห็นไม้เท้าลูเซียสแล้วอยากเข้าไปฉกมา 555

พอคนเริ่มน้อย ก็เริ่มคุยกันมากขึ้น ความกดดันก็เริ่มน้อยลง จนถึงคิวตัวเองเข้าไปสัมภาษณ์เนี่ยแหละ 55555555555555555


“สวัสดีครับ”

ขอบอกก่อนนะครับว่าสมองผมน้อยนิดมาก จำได้ไม่หมด ขอเล่าแค่ที่จำได้เนอะ 555

“น้องโจ้ทำเว็บด้วยหรอ” พี่คนซ้ายถาม

“ครับ ผมทำเว็บ muggle-v.com ครับ”

“ทำไมถึงทำเว็บขึ้นมาคะ” เออจะว่าไปเขาก็ถามเราทั้งสองคนนี่หว่า

“ผมชอบแฮร์รี่ บ้าแฮร์รี่ ความจำปลาทอง เลยทำเว็บขึ้นมาเก็บข้อมูลพวกนี้ไว้ครับ อย่างน้อยได้อ่านเองด้วย คนอื่นที่สนใจยังได้อ่านอีกต่างหาก อย่างที่บอกครับ ผมขี้ลืมมาก เลยต้องจดๆ เก็บๆ ไว้ เวลาค้นหาจะได้หาง่ายๆ ไม่ต้องจำ 55”

“แล้วทำนานยัง”

“ก็ถ้านับจริงๆ 10 ปีละครับ ผมเริ่มจากทำเว็บโรงเรียนเวทมนตร์ก่อน ชื่อเอลฟ์ประจำบ้านครับ แล้วก็ค่อยมาทำเป็นสารานุกรม ทำโลกเวทมนตร์ครับ”

“งี้ข้อมูลก็แน่นเลยดิ”

“เอ่อ… ไม่เลยครับ ลืมหมดแล้ว 555555555”

“แล้วทำไมถึงอยากแข่งรายการนี้ล่ะ”

“ผมบ้าแฮร์รี่ครับ บ้ามาก อยากอยู่มันทุกอีเวนท์ที่เกี่ยวกับแฮร์รี่ เพราะตอนเด็กไม่มีโอกาส”

“มาจากสุราษฎร์เลยใช่ไหม มายังไงเอ่ย”

“นั่งเครื่องบินมาลงแล้วดิ่งมานี่เลยครับ แล้วก็จะกลับคืนนี้เลย”

“แล้วถ้าติด ต้องมาวันอังคาร แล้วอัดรายการวันพฤหัสมาได้ไหม”

“โอ้ยพี่ มาได้แน่นอนครับ เพื่อแฮร์รี่ 5555″ หัวเราะบ้าคนเดียวต่อไป”

“แล้วเราคิดว่าตัวเองจะติด 1 ใน 5 ไหม”

“ก็อยากติดนะครับ ผมอยากบอกว่าตัวเองบ้าแฮร์รี่มากกก”

“มั่นใจแค่ไหน”

“มั่นใจมากกกครับ ผมต้องติดฮะ ผมแฟนคลับเยอะ (ยิ้มกว้าง) 555 ผมเคยแข่งคอสเพลย์ของนานมีบุ๊คส์ไปอะครับแล้วชนะ ผมว่าผมมีแฟนคลับเยอะนะ” (มั่นหน้ามากโจ้ มั่นมากก มั่นจนตกใจ – -)

“เคยคอสเป็น ทอม ริดเดิ้ล หรอ”

“ครับ”

“งั้นแสดงให้ดูหน่อยดิ”

“ได้ครับ แต่ผมลืมบทไปเยอะละนะ”

“ที่พอไหม ไม่พอแสดงข้างนอกได้นะ”

ผมหันออกไปนอกห้อง คนนั่งอยู่ประมาณ 20 – 30 คน

“เอ่อพี่… เอาจริงดิ ผมไม่กล้า!!” ทำเสียงสูง แล้วก็เริ่มแสดงแบบเอ๋อๆ ซึ่งไม่น่าจะใช่แสดงเท่าไหร่นะ

“เธอไม่ตื่นหรอกแฮร์รี่ เธอยังมีชีวิตอยู่แต่น้อยนิดแล้ว” ผมก็อธิบายไปว่า “แล้วผมก็หยิบไม้กายสิทธิ์”

“คือผมลืมบทด้วยพี่ตอนนั้นอะ 55” แล้วก็แสดงต่อไป

“ลองมาทดสอบอำนาจของลอร์ดโวลเดอมอร์ ทายาทของซัลลาซาร์ สลิธีริน สู้กับแฮร์รี่ พอตเตอร์ ผู้มีชื่อเสียง ฮียากาซัส อังกาทัส เซลิธีรีน”

“โอเคๆ”

“แล้วปกติพูดพาร์เซลบ่อยปะ”

“โหยพี่ ถ้าตอนมัธยม ผมบ้าพูดมากอะ 555 นั่งเรียนไม่มีไรทำก็ทำเสียงฟ่อๆ เล่น”

“แล้วเราคิดว่าเรามีอะไรเหมือนทอมอะ”

“ตัดเรื่องหน้าตาออกไปนะครับ 55 ผมว่าผมเลวเหมือนทอมนะ”

“เอ่อ… ยังไง”

“แต่จริงๆ ก็ไม่เหมือนทีเดียวครับ อย่าง โวลเดอมอร์เนี่ยเวลาอยากฆ่าใครก็ฆ่าเลย เปรี้ยงเดียวแต่ แต่ถ้าเป็นโจ้ โจ้จะเล่นจะทรมานเหยื่อให้สะใจก่อนแล้วค่อยฆ่า 5555 คือฆ่าเลยมันไม่สะใจอะพี่”

“แล้วเราเคยทำอะไรอย่างที่ว่าปะ”

“ก็เคยนะครับ พี่จะให้ผมเล่าจริงอะ”

“เล่าดิ”

“คือ… ถ้าผมไม่ชบใคร หรือใครทำให้ผมแค้นมากๆ ชะปะครับ ผมก็พยายามทุกวิถีทาง แช่งมัน หาทางเอาคืนมันอะ” ใจจริงอยากบอกว่า จุดนี้แหละพี่ผมทำหันไปบ้าเวทมนตร์จริงๆ พักนึงเลยนะ อยากใช้เวทมนตร์มาแก้แค้นมัน 5555555″

“พี่เริ่มกลัวเราละตอนนี้”

“555555 ที่เหมือนอีกก็ ความหยิ่งมั้งครับ คนไม่รู้จักผมจริงๆ บอกว่าผมดูหยิ่งๆ อะ แต่ตัวจริงผมรั่วมากฮะ”

“อืม”

“แล้วถ้าไม่ติด 1 ใน 5 จะเสียใจไหม”

“ก็ไม่นะครับ จริงๆ ผมตั้งใจจะมามีตติ้งมากกว่า 555 คือถ้าไม่ได้ผมก็จะมาวันอัดรายการอยู่ดี ถ้าผมไม่ได้ก็ขอให้คนที่ผมสนิทในวงแฮร์รี่ได้”

“แล้วถ้าเราไม่ได้ แต่เลือกคน 2 คนให้ติดได้ เราจะให้ใคร เพราะอะไร”

“ให้พี่ชินกับยู้ครับ”

“เพราะพี่ชินทำงานเบื้องหลังให้แฮร์รี่มาตลอด ตั้งแต่งานปฐมทัศน์แฮร์รี่ ข้อมูลก็แน่นกว่าผมมากกกก ส่วนยู้พึ่งชนะแฟนพันธุ์แท้ของนานมีบุ๊คส์มา ก็อยากให้ชนะตรงนี้ด้วย 55”

“แล้วเราคิดว่าเราจะให้อะไรกับพวกพี่ได้บ้างอะ”

ตรึ่ง!!! ช็อก!! ไม่คิดว่าจะเจอคำถามนี้

“เอ่อ… คิดแปปนึงฮะ… ผมคิดว่าผมเอนเตอร์เทนได้นะ อย่างที่บอกครับแฟนคลับผมเยอะ 5555” ก็ยังไม่หยุดโม้ตัวเอง ล็อกฮาร์ตเข้าสิงปะถามจริง – –

“โจ้รู้ใช่ไหมว่ารายการนี้เป็น…”

“รายการเอนเตอร์เทน สนุก บันเทิง ใช่ไหมครับ”

“ใช่”

“ครับโจ้เข้าใจครับ ไม่มีปัญหา โจ้แค่อยากมาแสดงความรักแค่นั้นครับ 55”

“ไม่ติดก็ไม่เสียใจใช่ไหม”

“ไม่ครับ จริงๆ ผมมามีตติ้งมากกว่าอย่างที่บอกอะครับ 55 ไม่รู้ดิ ผมว่าผมขี้ลืมอะ ไม่น่าจะไปถึงชนะได้หรอกครับ จริงๆ ลืมไปเยอะมาก”

ใช้เวลาสัมภาษณ์ประมาณ 25 นาทีมั้ง แล้วก็จากมาด้วยอาการลอยๆ มึนๆ ทำอะไรลงไปฟระ เห้ย! เกรียนเกินไปรึเปล่าวะโจ้

จากนั้นก็กลับมาถึงห้อง รวมกับคนอื่นๆ ยอมรับเลยว่าตอนนั้นไ่คิดละว่าตัวเองจะรอด บวกกับเริ่มไม่อยากแข่งละอะ เหมือนแค่นี้ก็พอแล้วไรงี้ แต่ทำไงได้ แอดมินเว็บเว้ย ต้องไปต่อ จะมาจบตรงนี้ไม่ได้นะ ไม่ได้มีโอกาสมาบ่อยๆ คิดในใจได้ดังนั้นก็อืม… เอาวะ ช่างมัน ได้ไม่ได้ค่อยว่ากันอีกที

หลังจากที่การสัมภาษณ์เสร็จสิ้นลงครบทุกคนแล้ว ผม พี่ชิน ยู้ และต้าก็เดินทางกลับ โดยมีต้าเป็นคนขับรพาทุกคนไปส่ง “ขอบคุณมากๆ เลยต้า”

ผมรีบดิ่งไปหัวลำโพง เพื่อจองตั๋วกลับบ้านในวันนั้นเลย ปรากฎว่าภาพแรกที่เห็นคือ “คนนอนกองกันด้านนอกหัวลำโพง” พอเดินเข้าไปด้านในก็เยอะคนต่อคิวกันพรึบ! ก็ไปยืนต่อด้วย สักพักตาเหลือบไปเห็นป้ายกระดาษเขียนว่า “รถไฟเต็มแล้วทุกขบวน จำหน่ายตั๋วยืน” อะไรสักอย่าง

“เห้ย! ไม่นะ!” สายตากวาดไปที่ช่องอื่นๆ ไอกระดาษบ้านี่แปะแหมะอยู่ทุกช่อง” – –

“พี่ครับ ขอโทษครับ อันนี้เหลือแต่ตั๋วยืนแล้วหรอครับ”

“ค่ะ” ผู้หญิงร่างท้วมคนหนึ่งบอก ทรุดเลยตู – – แบตก็จะหมด ทำไงฟระ ไปนอนกับพี่สาวละกัน – –

ทว่าที่สุด จบลงที่โรงแรม Centra ค่าห้องแพงระยับ – – หน้ามืดเบาๆ แต่ไม่ไหวละง่วง อยากนอน อยากพัก ไม่ไหวแล้ว ฮือ… แล้วกลับไงฟระพรุ่งนี้ เครื่องบินก็เกือบสองพัน รถไฟก็น่าจะเต็มอีก เลยจบลงที่รอไปดูรถทัวร์ละกัน – –

เซ็งตรงแบตก็จะหมด เหลือ 30 เปอ แล้วก็ 10 เปอตอนมาถึงโรงแรม ถ้าไปหาพี่แบตหมดก็ติดต่อไม่ได้อีก เซ็งจริง – –

สรุปการเดินทางวันนั้นจบลงที่โรงแรมด้วยความเพลีย แล้วต้องตื่นเช้าไปสายใต้ใหม่ตั้งแต่ตีห้า แล้วดันไปถึงเร็วมาก เพราะใช้เวลาแค่ 30 นาทีก็ถึง โธ่!! รู้งี้นอนต่อก็ดีดิ นอนยังไม่คุ้มเงินเลย T_T


วันที่ 3 พฤษภาคม ขณะที่กำลังเดินทางด้วยรถทัวร์กลับบ้าน ก็นั่งอ่านนิทานเวตาลที่ซื้อจากสายใต้ใหม่ไป ความรู้สึกเฉื่อยชาย่างกรายเข้ามาในตัวผม เริ่มสัปหงกหงึกๆ อ่านไม่รู้เรื่อง โทรบอกที่บ้านว่ากำลังออกเดินทาง แบตแจ้งแดงแจ๋ เหลือ 10 เปอร์เซ็นต์

เพราะไม่มีอะไรต้องกังวลละ เลยปล่อยมันไปแบบนั้น จากนั้นก็หลับไป จนเวลา 10.15 ก็มีโทรศัพท์ดังขึ้นตอนที่ผมกำลังหลับสบายใจ…

“สวัสดีจ้ะน้องโจ้ พี่จะโทรมาบอกว่า ขอแสดงความยินดีด้วยน้องผ่านเข้ารอบ 5 คนสุดท้าย”

“จริงหรอครับพี่ เย้!”

จากนั้นพี่เขาก็อธิบายรายละเอียดต่างๆ ที่จะต้องทำ ตอนนั้นตื่นเต็มตาเลย ดีใจตื่นเต้น มีความสุข ไม่คิดว่าจะติดมาได้

“แล้วใครติดบ้างครับ พี่พอบอกชื่อได้ไหม”

“พี่ไม่รู้น้องโจ้รู้จักรึเปล่านะ ตอนนี้มีเพิร์ตกับก้อง”

“แล้วที่เหลือล่ะครับ”

“พี่ยังไม่ได้โทรไปบอกเขานะ”

“โอเคครับ งั้นไม่เป็นไรครับ ไว้โจ้ชัวร์เวลาแล้วโทรบอกอีกทีนะครับ”

หลังวางสายไป ผมนี่นั่งยิ้มไม่หุบอยู่คนเดียว ลุงคนข้างๆ คงงง

“พี่เพิร์ตติด… แหงแซะคนนี้”

“คนชื่อก้องติด”

“ใครอีกนะ มีพวกเราอีกกี่คน”

“โทรบอกที่บ้านดีกว่า เย้ๆ!

ปรากฎป๊อปอัพเด้ง “แบตเตอรี่เหลือน้อย ต้องการชาร์จหรือใช้แบต” ยังไม่ทันได้กดเลือก มันดับไปเลย – –

เห้ย!!!!!!! ไรวะ!!!! บ้าจริง!!!

ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนมากพอที่จะเสกผู้พิทักษ์ได้เลย

5


0 Comments

Would you like to share your thoughts?

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Leave a Reply

%d bloggers like this: